วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Comic Path 2 "อยากวาด Comic แล้ว"

สวัสดีครับ วันนี้จะมาพูดกันต่อเรื่อง Comic จากเดิมเราพูดไปแล้วว่า Comic ตะวันตก กับตะวันออกต่างกันยังไง เราก็จะมาต่อว่า "อยากวาด Comic แล้วล่ะทำไง"


ถ้าอยากวาด เราต้องรู้ตัวตนเราก่อนว่าเราชอบอะไร ชอบสไตล์ไหน

"เอ้าจะรู้ได้ไงล่ะพี่ ก็ผมไม่เคยเขียน"

ก็ดูว่าเราชอบศิลปินคนไหน หรืองานเก่าๆ ของเรา ส่วนตัวผมชอบ Joe Madureira (หรือ Joe Mad) และก็ Miwa Shirow  ถ้าไม่รู้จักนะก็ต้องพึ่ง Google ละครับ ดูผลงานเค้าได้ แฟนๆ เยอะอยู่

"เอ้าพี่ผมชอบแล้วทำไงต่อ"


ลอกครับ อ่านไม่ผิดครับ ลอกครับ ลอกภาพเขาเลย เราลอกเขาเพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่ลอกเพื่อไปอวดอ้างว่าเป็นงานเราครับ ดียังไงถ้าเราลอกงานเขา

1. ฝึกมือ
    เราจะฝึกการลากเส้นดำ งาน Comic วัดกันที่เส้น งั้นเราต้องฝึกเรื่องนี้หนักๆ หน่วงๆ ไปเลย

2. ได้ฝึกกายวิภาค
    เราจะได้ดูว่าที่เค้าวาดกล้ามเนื้อนั้นวาดยังไงแบบไหน และที่สำคัญเราเองต้องแม่นเอง พยายามไปหาฝึกวาดเพิ่มเติมด้วยครับ

3. สีแสงและเงา
    เราได้ดูว่าแสงที่เขาลงเข้ามาทางไหน มุมไหน ส่วนเทคนิคการลงแสงสี(ไม่มีเสียง) จะตามมาอีกทีนะครับ


"จงลอกเพื่อเป็นความรู้ครับ อย่าลอกเพื่อนำมาอวดอ้างว่าเป็นของตนครับ"

แล้วเราจะภูมิใจในงานของเรา คนที่มาดูเค้าจะได้ดูงานของเรา ตัวตนของเราจริงๆ ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียน blog นานมากได้เวลากลับมาเขียนอีกครั้งโดย เพื่อนๆ ในทีมงาน Odd-e ครับ โดยตั้งใจว่าต่อจากนี้จะเขียนเกี่ยวกับการวาดการ์ตูน Comic ฝั่งตะวันตกกันครับ

เรื่อง หัดวาด Comic ฝั่งตะวันตกจ้า ep01 


ผมคงไม่ต้องเกริ่นนะครับ ว่า comic ฝั่งตะวันตกนี่ต่างจาก มังงะ (Manga) หรือ Janpanese Comic ยังไงนะครับ ความต่างคือ(ทัศนะของผมนะ) แบบ Manga แล้วส่วน Manga ใช้ช่องไฟที่หวือหวา มีเส้นสปีดที่ทำให้ดูรวดเร็วดุดัน ร่างกายของตัวละครบิดเบี้ยวผิดส่วนบ้างเพื่อความสนุกเพลิดเพลินในการอ่าน 

 Comic 

           ด้านภาพของ Comic จะดู Real กว่า จะใช้การเล่าเรื่องแบบภาพประกอบมากกว่าที่จะมีแอ็คชั่นที่ดูรวดเร็วดุดัน โดยส่วนมาก Comic นั้นจะลงสี น้ำหนักของสีจากเงาดำที่ถมดำสนิท ไปจนถึง แสงสว่าง ตัวสีของ Comic ก็ไม่ได้เกลี่ยสีมากเหมือนเรา painting  ทั่วไป แต่งานหนักของ Comic  คือ การลงเส้นดำและเงาดำ รายละเอียดของมันต้องชัดเจน

Manga 

            จะต่างจาก Comic  จะไม่ได้ลงรายละเอียดกับตัวคนมากนัก ไม่ได้ดูสมจริงเท่าไหร่ แต่จะต่างกันที่กรอบของตัว Manga ที่จะทำให้เราดำเนินเรื่องได้เร้าใจ พร้อมกับเส้นสปีดที่ทำให้ ตัวละคร Action ได้เลื่อนไหลมากยิ่งขึ้น จะไม่ค่อยลงสีเท่าไหร่ เพราะแค่งานตัดเส้นถมและเส้นสปีดก็หนักเอาเรื่อง เพื่อไม่ให้ภาพดูแบนราบจนเกินไปจึงใช้สกรีนโทนเข้ามาช่วย


งานของ Comic และ Manga นั้นดูเหมือนจะแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้เหมือนกันนั้นก็คืองานลงเส้นดำ มันเป็นงานที่ต้องใช้พลังกาย พลังใจ และความอดทนสูงมาก กินเวลาเยอะมาก ฉะนั้นงานนี้ถ้าไม่รักกันจริง ก็อาจจะทำให้ท้อกันง่ายๆ เลย

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โว๊ะ.......ความสุขเล็กๆ ในสภาวะ น้ำท่วม

หลายคนตอนนี้อาจจะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไม่ก็เกือบจะเป็นกันไปแล้ว ก็หลายคนเครียดบ้านโดนท่วม อีกหลายๆคนเครียดกว่าบ้านยังไม่ท่วมแต่ฟังข้อมูลข่าวสารว่าจะท่วมไม่ท่วม ลองมาอ่านอะไรขำๆของคนบ้านโดนน้ำท่วมเล่นๆดูเผื่อจะได้ลดความตึงเครียดได้บ้าง

-------------------------------------------------------------------------------------------------


พ่อกับลูกกำลังอยู่ในบ้านกำลังประสบภัยน้ำท่วมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ(แถวๆอนุสรณ์สถาน)

ลูก: พ่อน้ำเข้าบ้านแล้วทำไงดีกระสอบทรายเอาไม่อยู่แล้ว
พ่อ: (พ่อทำหน้าเครียด) พ่อบอกลูกแล้วว่าให้ซื้อนาฬิกา
ลูก: (ลูกทำหน้างง) ซื้อทำไมพ่อ??
พ่อ: ก็นาฬิกามันกันน้ำ น้ำจะได้ไม่เข้าบ้าน (ตึกโป๊ะ ในใจพ่อ)
ลูก: (ทำหน้าเซ็ง) โว๊ะ...

--------------------------------------------------------------------------------------------------


อากับหลานกำลังอยู่ในบ้านกำลังประสบภัยน้ำท่วมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ(แถวๆอนุสรณ์สถาน ที่เดิม)
ขณะที่น้ำกำลังไหลเข้าบ้านเรื่อยๆ ก็คางคกว่ายน้ำเข้าบ้าน



หลาน: อาๆ นั่นมันคางคก(มือชี้ไปที่แขกที่มาใหม่ในบ้าน)
อา: จับมันขึ้นที่แห้งหน่อยมันอยู่ในน้ำไม่ได้นาน
หลาน: คางคกมันอยู่ในน้ำได้(หลานเถียงเสียงแข็ง) มันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
อา: ไม่ได้ๆคางคกมัน ไม่ใช่แมว(ทำเสียงดุเล็กๆ)
หลาน: (หยุดงงเล็กน้อย) แมวมันอยู่ในน้ำได้ที่ไหนเล่า(ตั้งสติแล้วเถียงสู้)
อา: ก็แมวน้ำไง (ตึกโป๊ะ ในใจอา)
หลาน: โว๊ะ...

---------------------------------------------------------------------------------------------------


สิงห์บุรีกำลังตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมกัน
พ่อลูกคู่หนึ่งทานข้าวเย็นขณะที่ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยใกล้จะมิดชั้นหนึ่ง

ลูก: เฮ้อ พ่อน้ำปีนี้เยอะเนอะ พ่อว่ากรุงเทพจะรอดไหม
พ่อ: (สีหน้าพ่อเคร่งเครียดมาก) พ่อว่าปีนี้กรุงเทพไม่น่ารอด
ลูก: จริงหรอพ่อ (ลูกตกใจระดับหนึ่ง) ทำไมพ่อคิดอย่างงั้นล่ะครับ
พ่อ: ก็คลองมันแค่สามวาเอง (ตึกโป๊ะ ในใจพ่อ)
ลูก: โว๊ะ...

----------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอคอบคุณ ครอบครัว สงวนสัตย์ และก็พ่อหวาน พรหมผาง ที่ทำให้เกิดรอยยิ้มเล็กๆ

แม้ว่าในใจอาจจะเครียด วิตกกังวล ถ้าเราพยายามใจเย็นๆ หาวิธีการแก้ไขมัน มองหาความสุขที่มีอยู่รอบตัวคุณ บางทีความทุกข์ที่มีอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็เป็นได้

ผมเป็นกำลังใจให้ครับ (บ้านผมก็ท่วม T ^ T)


วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เมื่อ [ความเศร้า] มานั่งข้างๆ...


เวลาเราใช้ชีวิตปกติสุขของเราไปตามกระแสของวันเวลาเราโดยไม่เคยรู้เลย
 [ความเศร้า] กำลังเข้ามา สุดท้ายเค้าก็มานั่งข้างเรา
จากตัวเราที่เคยสดใส เคยร่าเริง มันหายไปหมด เค้าก็พามันไปหมด
เราเองเริ่มสงสัยจะทำยังไงกับ [ความเศร้า] ที่ตามติดเราตลอด
เราเริ่มหนีจากความเศร้าโดยพาตัวไปพบปะผู้คน หรือแม้แต่เก็บตัวไม่เจอใคร
แต่สุดท้ายสิ่งที่ดีที่สุดคือการพยายามอยู่กับ [ความเศร้า] จนกว่าเขาจะจากไป

บางที [ความเศร้า] ก็แค่มาบอกเราว่า "พยายามผ่านมันไปให้ได้นะ"



...ไม่มีวันที่ฝนจะหยุดตกอย่างแท้จริง เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสายฝน...

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เมื่อการเดินทางสำคัญกว่าจุดหมาย

เมื่อการเดินทางสำคัญกว่าจุดหมาย
มาจากหนังสือชื่อ 52 วัน มหํศจรรย์ครึ่งโลก ของ เปเล่ - คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน

พอดีผมมีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้โดยการหยิบยืมรุ่นน้องในที่ทำงานด้วยความเป็นคนชอบผจญภัยจึงขอยืมอ่าน แค่หน้าปกของเล่มก็เจอคำที่ว่า "เมื่อการเดินทางสำคัญกว่าจุดหมาย" ผมอ่านแล้วก็คิดว่าอืมจริง ผมนึกย้อนไปถึงการเดินทางของผมนั่งบนรถเมย์ รถทัว รถไฟ หรือรถส่วนตัวก็ตามผมมักจะชอบมองออกไปแล้วเก็บสิ่งที่น่าประทับใจในการเดินทางนั้นๆ

ผมว่ามันก็คล้ายกับชีวิตคนเราที่เดินทางจากกิโลเมตรที่ 1 ไปยังลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเป้ามายมันถูกกำหนดไว้ชัดเจนตั้งแต่เกิด แล้วก็เกิดเป้าหมายตลอดการเดินทางของชีวิตเรา ไม่ว่าจะสั้นแค่ "ตื่นเช้ามาไปชงกาแฟ" ไปจนถึง ."เป็นเจ้าของบริษัทที่มูลค่าเป็นพันๆล้าน" แต่พอเราพุ่งไปยังเป้าหมายจนลืมไปว่าชีวิตเรามันยังบางอย่างที่สำคัญไปคือ "การเก็บความทรงจำที่ดีตลอดการเดินทาง" :)






เลยขอนำ MV นี้มาลงด้วย เนื่องจากภายใน MV มีการเดินทางตลอด MV

พอฟังเนื้อหาก็ยังกลับมาเรื่องเดิม "เมื่อการเดินทางสำคัญกว่าจุดหมาย"
ผมเลยเข้าใจว่าเมื่อเรารักใครสักคนนึงบางครั้งเป้าหมายคือการที่อยู่เคียงข้างเขา แต่จริงๆแล้วเราควรเก็บความสุขที่เรารักเขาแม้ปลายทางมันจะไม่ใช่ก็ตาม :)