วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อย่าเพิ่งคิด” แล้ว “ทำเลย Robot

สวัสดีครับ 

วันนี้ไม่ได้มาเขียนเกี่ยวกับการวาดรูปแต่อย่างใด.....ครับ

แต่วันนี้จะมาเขียนเกี่ยวกับ Automate Test หรือ Robot ซึ่งผมจะข้ามรายละเอียดเรื่องการเขียนไปก่อน

ผมจะเล่าพอเป็นพิธีก็แล้วกัน (ในความรู้อันน้อยนิดของผม ใครที่มีความรู้มากกว่าเห็นว่ามันไม่ถูกต้องอย่างไร ก็แนะนำเข้ามาได้ครับ)

Automate Test หรือ Robot คือเครื่องมือไว้ช่วยให้ Developer และ Business มาบรรจบกันได้ Robot บอกได้ถึงพฤติกรรมการทำงานของโปรแกรมที่เราเขียนซึ่งจะประกอบไปด้วย Test Case หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นจำลองมันออกมาให้เห็นเป็นภาษาที่คนทั่วไปเห็นก็อ่อ เข้าใจก็รายละเอียดผมว่า คงต้องหาอ่านต่อกันเองแล้วล่ะครับ

ในนี้มีเขียนไว้ http://www.somkiat.cc/ ลองเข้าไป Search หา keyword Robot ดูครับ

ที่ผมจะเล่าต่อคือ เวลาที่โปรแกรมเราใหญ่โตมโหฬาร ที่มีหลาย Function หลายๆ Module มันก็ทำให้เกิด Test Case ใน Robot เรามากมาย เวลามีการแก้หรือเปลี่ยนแปลงให้ตัวโปรแกรมของเรา Robot ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรมเราก็จะตาย(ฟ้องว่า พฤติกรรมของโปรแกรมมันเปลี่ยน คุณต้องมาดูและแก้ไขฉันนะ) นี่แหละความวิบัติ

เราเริ่มลงมือแก้ไขใน Test Case มันผูกติดๆ กันนั้นมันจะท้อ ทำไมนะฉันแก้ตรงนี้แล้ว ไอ้ตรงนี้มันตายนะ แก้อีกเอ้าตรงนั้นตายนะ เรามันจะพยายามคิดเผื่อมันเข้าไปด้วยอีก เหมือนเรากำลังทำตัวเหมือนเรากำลังเขียนโปรแกรมอีกหนึ่งโปรแกรมนั่นไม่ใช่มันทำให้เรา “เหนื่อยมาก เพราะคิดไปด้วย แก้ไปด้วย และหงุดหงิดไปด้วย”

ต้องขอขอบคุณ Chockchai Phatharamalai หรือพี่จั๊ว ให้คำแนะนำที่ดีมาก และที่มานั่ง Pair Programming กับผมด้วย

พี่จั๊วให้ผมหยุดการคิดทั้งหมดแล้วพยายามแก้ที่ละ Test Case และค่อยๆ ดูไป”อย่าเพิ่งคิด” ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ให้เปิด Report ดูแล้วแก้ไปตาม Report นั้นเลย นอกจากจะพบว่าการแก้ Robot นั้นรวดเร็ว และผมก็พบว่าเราเหนื่อยน้อยลงจริง เราเปิด Report แล้วแก้ตาม แล้วรัน Robot แล้วตายซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมันเขียว(สีที่แสดงสถานะว่า Robot ผ่านแล้ว)

Robot บอกถึงพฤติกรรมของคนใช้งานของโปรแกรมเราอยู่แล้ว ถ้าพฤติกรรมไม่เปลี่ยน แต่ข้อมูลเปลี่ยนก็ไม่ต้องคิด แก้ตามข้อมูลที่เปลี่ยนไปเลย

“อย่าเพิ่งคิด” แล้ว “ทำเลย” 



ขอบคุณครับ

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Comic Path 2 "อยากวาด Comic แล้ว"

สวัสดีครับ วันนี้จะมาพูดกันต่อเรื่อง Comic จากเดิมเราพูดไปแล้วว่า Comic ตะวันตก กับตะวันออกต่างกันยังไง เราก็จะมาต่อว่า "อยากวาด Comic แล้วล่ะทำไง"


ถ้าอยากวาด เราต้องรู้ตัวตนเราก่อนว่าเราชอบอะไร ชอบสไตล์ไหน

"เอ้าจะรู้ได้ไงล่ะพี่ ก็ผมไม่เคยเขียน"

ก็ดูว่าเราชอบศิลปินคนไหน หรืองานเก่าๆ ของเรา ส่วนตัวผมชอบ Joe Madureira (หรือ Joe Mad) และก็ Miwa Shirow  ถ้าไม่รู้จักนะก็ต้องพึ่ง Google ละครับ ดูผลงานเค้าได้ แฟนๆ เยอะอยู่

"เอ้าพี่ผมชอบแล้วทำไงต่อ"


ลอกครับ อ่านไม่ผิดครับ ลอกครับ ลอกภาพเขาเลย เราลอกเขาเพื่อพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่ลอกเพื่อไปอวดอ้างว่าเป็นงานเราครับ ดียังไงถ้าเราลอกงานเขา

1. ฝึกมือ
    เราจะฝึกการลากเส้นดำ งาน Comic วัดกันที่เส้น งั้นเราต้องฝึกเรื่องนี้หนักๆ หน่วงๆ ไปเลย

2. ได้ฝึกกายวิภาค
    เราจะได้ดูว่าที่เค้าวาดกล้ามเนื้อนั้นวาดยังไงแบบไหน และที่สำคัญเราเองต้องแม่นเอง พยายามไปหาฝึกวาดเพิ่มเติมด้วยครับ

3. สีแสงและเงา
    เราได้ดูว่าแสงที่เขาลงเข้ามาทางไหน มุมไหน ส่วนเทคนิคการลงแสงสี(ไม่มีเสียง) จะตามมาอีกทีนะครับ


"จงลอกเพื่อเป็นความรู้ครับ อย่าลอกเพื่อนำมาอวดอ้างว่าเป็นของตนครับ"

แล้วเราจะภูมิใจในงานของเรา คนที่มาดูเค้าจะได้ดูงานของเรา ตัวตนของเราจริงๆ ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียน blog นานมากได้เวลากลับมาเขียนอีกครั้งโดย เพื่อนๆ ในทีมงาน Odd-e ครับ โดยตั้งใจว่าต่อจากนี้จะเขียนเกี่ยวกับการวาดการ์ตูน Comic ฝั่งตะวันตกกันครับ

เรื่อง หัดวาด Comic ฝั่งตะวันตกจ้า ep01 


ผมคงไม่ต้องเกริ่นนะครับ ว่า comic ฝั่งตะวันตกนี่ต่างจาก มังงะ (Manga) หรือ Janpanese Comic ยังไงนะครับ ความต่างคือ(ทัศนะของผมนะ) แบบ Manga แล้วส่วน Manga ใช้ช่องไฟที่หวือหวา มีเส้นสปีดที่ทำให้ดูรวดเร็วดุดัน ร่างกายของตัวละครบิดเบี้ยวผิดส่วนบ้างเพื่อความสนุกเพลิดเพลินในการอ่าน 

 Comic 

           ด้านภาพของ Comic จะดู Real กว่า จะใช้การเล่าเรื่องแบบภาพประกอบมากกว่าที่จะมีแอ็คชั่นที่ดูรวดเร็วดุดัน โดยส่วนมาก Comic นั้นจะลงสี น้ำหนักของสีจากเงาดำที่ถมดำสนิท ไปจนถึง แสงสว่าง ตัวสีของ Comic ก็ไม่ได้เกลี่ยสีมากเหมือนเรา painting  ทั่วไป แต่งานหนักของ Comic  คือ การลงเส้นดำและเงาดำ รายละเอียดของมันต้องชัดเจน

Manga 

            จะต่างจาก Comic  จะไม่ได้ลงรายละเอียดกับตัวคนมากนัก ไม่ได้ดูสมจริงเท่าไหร่ แต่จะต่างกันที่กรอบของตัว Manga ที่จะทำให้เราดำเนินเรื่องได้เร้าใจ พร้อมกับเส้นสปีดที่ทำให้ ตัวละคร Action ได้เลื่อนไหลมากยิ่งขึ้น จะไม่ค่อยลงสีเท่าไหร่ เพราะแค่งานตัดเส้นถมและเส้นสปีดก็หนักเอาเรื่อง เพื่อไม่ให้ภาพดูแบนราบจนเกินไปจึงใช้สกรีนโทนเข้ามาช่วย


งานของ Comic และ Manga นั้นดูเหมือนจะแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้เหมือนกันนั้นก็คืองานลงเส้นดำ มันเป็นงานที่ต้องใช้พลังกาย พลังใจ และความอดทนสูงมาก กินเวลาเยอะมาก ฉะนั้นงานนี้ถ้าไม่รักกันจริง ก็อาจจะทำให้ท้อกันง่ายๆ เลย

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

โว๊ะ.......ความสุขเล็กๆ ในสภาวะ น้ำท่วม

หลายคนตอนนี้อาจจะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไม่ก็เกือบจะเป็นกันไปแล้ว ก็หลายคนเครียดบ้านโดนท่วม อีกหลายๆคนเครียดกว่าบ้านยังไม่ท่วมแต่ฟังข้อมูลข่าวสารว่าจะท่วมไม่ท่วม ลองมาอ่านอะไรขำๆของคนบ้านโดนน้ำท่วมเล่นๆดูเผื่อจะได้ลดความตึงเครียดได้บ้าง

-------------------------------------------------------------------------------------------------


พ่อกับลูกกำลังอยู่ในบ้านกำลังประสบภัยน้ำท่วมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ(แถวๆอนุสรณ์สถาน)

ลูก: พ่อน้ำเข้าบ้านแล้วทำไงดีกระสอบทรายเอาไม่อยู่แล้ว
พ่อ: (พ่อทำหน้าเครียด) พ่อบอกลูกแล้วว่าให้ซื้อนาฬิกา
ลูก: (ลูกทำหน้างง) ซื้อทำไมพ่อ??
พ่อ: ก็นาฬิกามันกันน้ำ น้ำจะได้ไม่เข้าบ้าน (ตึกโป๊ะ ในใจพ่อ)
ลูก: (ทำหน้าเซ็ง) โว๊ะ...

--------------------------------------------------------------------------------------------------


อากับหลานกำลังอยู่ในบ้านกำลังประสบภัยน้ำท่วมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ(แถวๆอนุสรณ์สถาน ที่เดิม)
ขณะที่น้ำกำลังไหลเข้าบ้านเรื่อยๆ ก็คางคกว่ายน้ำเข้าบ้าน



หลาน: อาๆ นั่นมันคางคก(มือชี้ไปที่แขกที่มาใหม่ในบ้าน)
อา: จับมันขึ้นที่แห้งหน่อยมันอยู่ในน้ำไม่ได้นาน
หลาน: คางคกมันอยู่ในน้ำได้(หลานเถียงเสียงแข็ง) มันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
อา: ไม่ได้ๆคางคกมัน ไม่ใช่แมว(ทำเสียงดุเล็กๆ)
หลาน: (หยุดงงเล็กน้อย) แมวมันอยู่ในน้ำได้ที่ไหนเล่า(ตั้งสติแล้วเถียงสู้)
อา: ก็แมวน้ำไง (ตึกโป๊ะ ในใจอา)
หลาน: โว๊ะ...

---------------------------------------------------------------------------------------------------


สิงห์บุรีกำลังตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมกัน
พ่อลูกคู่หนึ่งทานข้าวเย็นขณะที่ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยใกล้จะมิดชั้นหนึ่ง

ลูก: เฮ้อ พ่อน้ำปีนี้เยอะเนอะ พ่อว่ากรุงเทพจะรอดไหม
พ่อ: (สีหน้าพ่อเคร่งเครียดมาก) พ่อว่าปีนี้กรุงเทพไม่น่ารอด
ลูก: จริงหรอพ่อ (ลูกตกใจระดับหนึ่ง) ทำไมพ่อคิดอย่างงั้นล่ะครับ
พ่อ: ก็คลองมันแค่สามวาเอง (ตึกโป๊ะ ในใจพ่อ)
ลูก: โว๊ะ...

----------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอคอบคุณ ครอบครัว สงวนสัตย์ และก็พ่อหวาน พรหมผาง ที่ทำให้เกิดรอยยิ้มเล็กๆ

แม้ว่าในใจอาจจะเครียด วิตกกังวล ถ้าเราพยายามใจเย็นๆ หาวิธีการแก้ไขมัน มองหาความสุขที่มีอยู่รอบตัวคุณ บางทีความทุกข์ที่มีอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็เป็นได้

ผมเป็นกำลังใจให้ครับ (บ้านผมก็ท่วม T ^ T)


วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เมื่อ [ความเศร้า] มานั่งข้างๆ...


เวลาเราใช้ชีวิตปกติสุขของเราไปตามกระแสของวันเวลาเราโดยไม่เคยรู้เลย
 [ความเศร้า] กำลังเข้ามา สุดท้ายเค้าก็มานั่งข้างเรา
จากตัวเราที่เคยสดใส เคยร่าเริง มันหายไปหมด เค้าก็พามันไปหมด
เราเองเริ่มสงสัยจะทำยังไงกับ [ความเศร้า] ที่ตามติดเราตลอด
เราเริ่มหนีจากความเศร้าโดยพาตัวไปพบปะผู้คน หรือแม้แต่เก็บตัวไม่เจอใคร
แต่สุดท้ายสิ่งที่ดีที่สุดคือการพยายามอยู่กับ [ความเศร้า] จนกว่าเขาจะจากไป

บางที [ความเศร้า] ก็แค่มาบอกเราว่า "พยายามผ่านมันไปให้ได้นะ"



...ไม่มีวันที่ฝนจะหยุดตกอย่างแท้จริง เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสายฝน...